มหัศจรรย์เสียงดนตรีกระตุ้นพัฒนาการลูกในครรภ์

Last updated: Mar 25, 2017  |  5194 จำนวนผู้เข้าชม  |  การตั้งครรภ์

มหัศจรรย์เสียงดนตรีกระตุ้นพัฒนาการลูกในครรภ์

         จากงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ได้มีการทดลองโดยการเปิดเสียงดนตรีให้คุณแม่ตั้งครรภ์ฟังเป็นประจำทุกวัน ผลการวิจัยพบว่า เด็กที่คลอดออกมามีพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองทางด้านความจำดีกว่าเด็กทั่วไป อีกทั้งยังมีอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส ไม่งอแง สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เร็วกว่าเด็กทั่วไปอีกด้วย

          ทั้งนี้ระบบประสาทการรับฟังของลูกน้อยในครรภ์จะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน ในช่วงนี้เราจึงสามารถสร้างความสัมพันธ์ของคุณพ่อคุณแม่กับลูกโดยใช้เสียงได้ โดยเสียงที่ผ่านน้ำคร่ำจะเดินทางได้อย่างรวดเร็วเป็น 4 เท่าของทางอากาศ และส่งผลต่อประสาทรับรู้ทางหูซึ่งจะช่วยกระตุ้นเส้นใยประสาท ช่วยประสาทรับรู้เรื่องความจำ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาภาษาขั้นพื้นฐานสำหรับลูกอีกด้วย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับลูก อ่านกลอน ร้องเพลงให้ฟัง หรือการให้ลูกในครรภ์ฟังเพลง ก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยได้ทั้งสิ้นค่ะ 

 
           สำหรับเพลงคนท้องที่แนะนำคือ เพลงที่มีจังหวะ 60-80 บีทต่อนาที ซึ่งก็คือเพลงจังหวะช้าหรือปานกลาง จะเป็นเพลงบรรเลงหรือเพลงที่มีเนื้อร้องก็ได้ แต่ขอให้เป็นเพลงที่คุณแม่ชอบฟังด้วยค่ะ เพราะจากการศึกษาทางการแพทย์พบแล้วว่า คุณแม่ที่อารมณ์ดีอยู่เสมอจะทำให้ร่างกายมีการหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน (endorphins) ออกมาและผ่านทางสายสะดือไปยังทารก ทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ฟังเพลงแล้วมีความสุข จึงมีผลดีต่อทารกในครรภ์ ในทางกลับกัน หากคุณแม่ไม่ชอบเพลงคลาสสิคแต่ฝืนฟังจนอึดอัด เกิดความเครียด ก็จะส่งผลต่อลูกเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดี เพลงที่คุณแม่เลือกก็ควรเป็นเพลงที่ฟังสบาย ทั้งเนื้อหาและทำนอง และหลีกเลี่ยงการฟังเพลงที่มีเสียงสูงเกินไป หรือ เสียงดังเกินไปด้วยค่ะ  

           นอกจากเสียงดนตรีจะเป็นสิ่งวิเศษที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ได้ ยังสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ให้กับทั้งคุณพ่อคุณแม่และเจ้าตัวน้อยได้ด้วยนะคะ นอกจากการให้ลูกฟังเพลง คุณพ่อคุณแม่อาจร้องเพลงให้ลูกฟังไปด้วย หรือจะเต้นรำเบาๆ ร่วมกันโดยใช้มืออุ้มรับท้องเอาไว้ จากนั้นโยกย้ายส่ายตัวไปตามจังหวะเพลง ก็ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย สนุกสนานและได้ออกกำลังกายไปด้วย เมื่อลูกได้อยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นแสนสุขเปี่ยมไปด้วยความรักเช่นนี้ ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะเกิดมาเป็นเด็กอารมณ์ดี เฉลียวฉลาด เป็นที่รักของทุกคนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ เบบี้เลิฟ

ขอขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ google

Powered by MakeWebEasy.com