อาหารที่ช่วยให้ลูกน้อยผมดกดำตั้งแต่อยู่ในท้อง

Last updated: Apr 11, 2017  |  34568 จำนวนผู้เข้าชม  |  การตั้งครรภ์

อาหารที่ช่วยให้ลูกน้อยผมดกดำตั้งแต่อยู่ในท้อง

สำหรับแม่ท้อง ในสัปดาห์ที่ 19 หนังศีรษะของทารกในครรภ์เริ่มมีผมงอกออกมา เล็บมือและเท้าเริ่มเจริญขึ้นผิวหนังหนาขึ้นเป็น 4 ชั้นแล้ว ในช่วงนี้คุณแม่ควรเริ่มให้ความสำคัญกับอาหารที่มีสังกะสีเพราะนอกจากจะช่วยเสริมการเติบโตของทารกน้อยในครรภ์แล้ว ยังช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนดด้วย มีมากในเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่วอบแห้ง

ทั้งยังมีเรื่องความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการรับประทานอาหารของคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่มากมาย ที่จะทำให้ผมของลูกดกดำ คุณแม่บางคนรับประทานเข้าไปแล้วก็ได้ผลบางคนก็ไม่ได้ผล ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่ที่พันธุกรรมด้วยค่ะ เราลองมาดูกันนะคะ ว่ามีอะไรบ้างที่คุณแม่ตั้งครรภ์กินเข้าไปแล้วทำให้ลูกผมดกดำตั้งแต่อยู่ในท้อง

น้ำดอกอัญชัญ
ในดอกอัญชัญจะมีสารที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน ซึ่งสารตัวนี้จะไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะตรงส่วนของรากผม ทำให้ผมดก เงางาม

ทุเรียน
เป็นผลไม้ที่หาทานได้ตามฤดูกาล แต่ก็เป็นผลไม้ที่มีกำมะถันเยอะ และยังจัดอยู่ในผลไม้ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานอีกด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรทานทุเรียนมากเกินไปนะคะ เพราะอาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นมากเกินไป ถ้าอยากทานจริงๆควรทานนิดเดียวเอาพอหายอยากก็พอค่ะ การกินทุเรียนเยอะๆ ก็จะทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อได้ค่ะ

งาดำ
เพราะในงาดำจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอยู่มากมายเช่น บี2 บี3 บี5 บี6 บี9 แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก งาดำเป็นแหล่งพลังงานที่ดีมากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อที่ทำให้ผมดกดำเท่านั้น

ผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักโขม บร็อคโคลี่ ผักพวกนี้จะมีวิตามิน A และ C สูง วิตามินเหล่านี้จะไปช่วยทำให้ร่างกายผลิตไขมันออกมา เพื่อไปบำรุงรากผม ทำให้ผมสวยเงางาม และแข็งแรง

พวกถั่วต่างๆ
อาหารจำพวกนี้จะทำให้เส้นผมมีขนาดใหญ่และทำให้ผมยาวเร็วขึ้นค่ะ
อาหารที่ช่วยบำรุงเกี่ยวกับเส้นผมยังมีอีกหลายอย่างนะคะ ที่แนะนำไปเป็นเพียงแนวความเชื่อที่คุณแม่หลายคนแนะนำมา แต่เรื่องพันธุกรรมของคุณพ่อคุณแม่นั้นแหละคือสิ่งที่น่าจะสำคัญที่สุด ถึงลูกจะคลอดออกมาแล้วผมน้อย ยังไงก็สามารถมาบำรุงให้ผมลูกดกดำ เงางามกันทีหลังได้ค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจากเวปไซต์.amarinbabyandkids.com

ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต

Powered by MakeWebEasy.com