ผ่าตัดคลอดเสี่ยงลูกเป็นภูมิแพ้จริงหรือ

Last updated: Aug 6, 2017  |  2641 จำนวนผู้เข้าชม  |  การตั้งครรภ์

ผ่าตัดคลอดเสี่ยงลูกเป็นภูมิแพ้จริงหรือ

ผ่าตัดคลอดเสี่ยงลูกเป็นภูมิแพ้จริงหรือ

มี 2 ทฤษฏี ลองพิจารณาดูว่าข้อใดเป็นไปได้มากกว่ากัน

ทฤษฏีแรก : ผ่าตัดคลอด >> ลูกไม่ได้ผ่านลงมาตามช่องคลอด >> ไม่ได้กลืนเชื้อแบคทีเรียบางชนิดจากช่องคลอดเข้าไปอยู่ในลำไส้ >> จึงมีผลิตภัณฑ์แบคทีเรียสำเร็จรูปตากแห้งชนิดเป็นผงมาจำหน่าย >> โดยคิดว่าเจ้าแบคทีเรียเพียง 1 สายพันธุ์จำนวนไม่กี่หมื่นตัวที่ใส่ลงไปในนมผงจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นภูมิแพ้ แต่เวลาที่ชงนมด้วยน้ำร้อน ความร้อนก็ทำลายแบคทีเรียไปจนหมด หากไม่ใช้น้ำร้อนชง แต่ชงด้วยน้ำธรรมดาก็อาจเสี่ยงกับแบคทีเรียปนเปื้อนอันตรายชนิดอื่น เช่น เอนเทอโรแบคเตอ คลอสตริเดียม ซัลโมเนลลา เป็นต้น

>> มีคนคิดงานวิจัยโดยเอาสารที่อยู่ในช่องคลอดไปป้ายบริเวณจมูกกับปากของทารกที่ผ่าตัดคลอดเพื่อให้ทารกได้รับแบคทีเรียเข้าไปในร่างกาย >> แต่ถึงได้รับแบคทีเรียเข้าไป แต่ไม่ได้รับนมแม่ซึ่งมีสารอาหารที่เป็นอาหารของแบคทีเรียตามเข้าไป ก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี แบคทีเรียเหล่านี้เข้าไปอยู่ในลำไส้ก็อยู่ไม่ได้นานเพราะขาดสารอาหาร

วิธีเอาสารจากช่องคลอดมาป้ายจมูกปากเด็ก ไม่เป็นวิธีที่ดีแน่ เพราะการนำสารที่อยู่ในช่องคลอดของแม่ไปป้ายที่จมูกกับปากเด็ก จะแน่ใจได้อย่างไรว่า ไม่มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายเข้าไปด้วย เช่น เชื้อหนองใน อีโคไล สเตรปโตคอคคัสกรุ๊ปบี ไวรัสเริม คลามัยเดีย เพราะเชื้อเหล่านี้ก็อยู่ในช่องคลอดของคุณแม่บางคนด้วยเช่นกัน ขนาดเวลาที่คุณแม่มีปัญหาน้ำเดินก่อนคลอดเกิน 24 ชม.แม้จะไม่ได้คลอดเองแต่เป็นเคสผ่าคลอด ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ลูกจะติดเชื้อแบคทีเรียอันตราย เพราะเชื้อที่เป็นอันตรายจากช่องคลอดจะผ่านเข้าไปที่ลูกได้เนื่องจากถุงน้ำคร่ำแตกอยู่นาน สรุปว่าเชื้อจากช่องคลอดไม่ได้มีแต่เชื้อแบคทีเรียชนิดดี แต่ก็มีแบคทีเรียไม่ดีอาศัยอยู่ด้วย ถ้าเป็นแบคทีเรียชนิดดีได้รับเข้าไป แต่ลูกไม่ได้กินนมแม่ ก็ขาดสารอาหารตายไป ก็เหลือแต่ชนิดไม่ดี ที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย หรือหากเป็นเชื้อชนิดรุนแรงก็ติดเชื้อได้

ทฤษฏีที่สอง : ผ่าตัดคลอด >> เจ็บแผลลุกไปให้นมไม่ได้ >> โรงพยาบาลไม่ส่งดูดนม >> ลูกไม่ได้กินนมแม่ที่มีสารอาหารที่ช่วยให้แบคทีเรียตัวดีในลำไส้หลายล้าน-ล้านตัว มีสายพันธุ์หลายพันชนิดเจริญเติบโต >> ลูกกินนมวัวซึ่งเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ >> เกิดโรคภูมิแพ้ตามมา

แต่ถ้าคลอดเอง จะมีโอกาสดูดนมแม่ได้เร็วตั้งแต่อยู่ในห้องคลอด และไม่มีอุปสรรคในการดูดนมแม่ครั้งต่อๆไป เพราะคุณแม่สามารถเดินไปให้นมลูกได้ทุก 2-3 ชม.ด้วยตนเอง

แก้ไขโดย ถึงผ่าตัดคลอดก็สามารถให้นมแม่ได้ตั้งแต่อยู่ในห้องผ่าตัด (ตามรูปประกอบ) แต่ถึงจะไม่สะดวกในการให้ดูดตั้งแต่อยู่ในห้องผ่าตัด แต่โรงพยาบาลสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะส่งลูกไปดูดนมที่เตียงคุณแม่ทุก 2-3 ชม. ไม่มีการเสริมนมผงโดยไม่มีข้อบ่งชี้คือน้ำหนักลดมากกว่า 10% ลูกก็จะกระตุ้นให้คุณแม่สร้างน้ำนมได้เหมือนกับคุณแม่คลอดลูกเอง โดยไม่ต้องใช้นมผง เมื่อลูกได้รับนมแม่ก็ได้รับสารอาหารที่ทำให้แบคทีเรียชนิดดีหลายล้าน-ล้านตัวในลำไส้เจริญเติบโตช่วยสร้างภูมิต้านทานที่ดีให้กับร่างกาย

ในกรณีที่ลูกยังไม่สามารถไปดูดนมแม่ได้และแม่ยังลุกเดินมาให้ลูกดูดนมไม่ได้เนื่องจากมีปัญหาหายใจหอบและแม่เพิ่งผ่าตัดเสร็จ ให้ใช้วิธีบีบน้ำนมเหลืองหรือคอลอสตรัมมาป้ายในปากลูกทุก 3 ชม. จะช่วยให้ได้รับสารภูมิต้านทานและสารอาหารสำคัญเพื่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในร่างกายเช่นเดียวกัน

โพสต์นี้ไม่ได้เชียร์การผ่าตัดคลอด เพราะหากคลอดที่รพ.ไม่สนับสนุนนมแม่ จะประสบความสำเร็จในการให้นมแม่ต่ำกว่าแม่ที่คลอดเอง จะนำไปสู่การเป็นโรคภูมิแพ้ได้ เพียงแต่ต้องการแสดงให้เห็นว่า ถ้าจำเป็นต้องผ่าตัดคลอดเพราะข้อบ่งชี้ทางการแพทย์แล้ว จะทำอย่างไรให้ลูกลดความเสี่ยงในการเป็นโรคภูมิแพ้ นั่นก็คือ ต้องพยายามอย่างเต็มความสามารถในการให้นมแม่ให้สำเร็จ อย่าปล่อยให้เป็นไปตามที่รพ.กระทำตามใจรพ. เช่น การแยกแม่ลูก ไม่ส่งดูดนมบ่อยๆ เสริมนมผงโดยไม่มีข้อบ่งชี้ (ถ้าส่งดูดนมทันทีที่ผ่าตัดคลอดและส่งดูดบ่อยๆทุก 2-3 ชม. น้ำนมจะมาเร็วเหมือนกับคุณแม่ที่คลอดเองค่ะ)

โพสต์นี้ต้องการเตือนว่า ถ้ากลัวลูกเป็นภูมิแพ้ เพราะตอนนั้นผ่าคลอดและให้นมแม่ไม่สำเร็จไปแล้ว จะทำอย่างไรให้ลูกลดความเสี่ยงในการเป็นภูมิแพ้ เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นภูมิแพ้ แนะนำให้กินนมสูตรพิเศษที่ป้องกันภูมิแพ้ hydrolysated casein, hydrolysated whey) ไม่ใช่ไปซื้อนมที่ใส่แบคทีเรียสายพันธุ์ในช่องคลอดมากินค่ะ แต่ถ้าไม่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวก็กินสูตรปกติค่ะ ไม่ต้องเสียเงินแพงขึ้นไปซื้อสูตรแบคทีเรียในช่องคลอดมากินค่ะ  ^_^


ขอบคุณข้อมูลจาก เพจสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ 

ขอบคุณรูปภาพจาก whattoexpect.com

Powered by MakeWebEasy.com