วิจัยพบ!! แม่แพ้ท้องหนักมากจะทำให้ลูกฉลาด IQ สูง

Last updated: Feb 9, 2018  |  60590 จำนวนผู้เข้าชม  |  การตั้งครรภ์

วิจัยพบ!! แม่แพ้ท้องหนักมากจะทำให้ลูกฉลาด IQ สูง

นักวิจัยพบว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่คลื่นไส้ และมี อาการ แพ้ท้องหนักมาก ในช่วงสัปดาห์แรกๆ  หลังตั้งครรภ์มีแนวโน้มจะได้ลูกที่มีไอคิวสูง โดยว่าที่คุณแม่ราว  4  ใน  5  คนมักมีอาการแพ้ท้อง

แม้วงการแพทย์จะยังไม่ค่อยเข้าใจถึงสาเหตุเรื่องของการแพ้ท้องดีเท่าไหร่ แต่ก็เข้าใจว่าอาการแพ้ท้อง เป็นผลจากการปล่อยฮอร์โมนออกมาเพื่อปกป้องสายรก และทารกในครรภ์ซึ่งมีงานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า อาการ แพ้ท้องคลื่นไส้เป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ที่แข็งแรงดี  และบ่งบอกว่าทารกมีความเสี่ยงน้อยลงที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ  และมีโอกาสน้อยลงที่จะแท้ง

งานวิจัยเรื่อง  อาการ แพ้ท้อง
ต่อมานักวิจัยของโรงพยาบาลเด็กในเมืองโทรอนโตของประเทศแคนาดา  พบเพิ่มเติมว่า  อาการ แพ้ท้อง อาจเชื่อมโยงกับพัฒนาการของสมองของทารกด้วย โดยเผยว่า ผู้หญิงที่แพ้ท้องมากๆ ระหว่างช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ลูกที่ออกมาจะสมองดี พูดจาฉะฉาน

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นครั้งแรกที่ศึกษาผลระยะยาวของอาการคลื่นไส้ที่มีต่อสมองของทารก  และได้ติดต่อผู้หญิง  121  รายที่ได้ใช้บริการโทรศัพท์สายด่วนสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์ระหว่างปี  2541-2546 ผู้หญิงในกลุ่มนี้มี  30  รายที่ไม่มีอาการแพ้ท้อง  ที่เหลือบอกว่าตัวเองมีอาการเพลีย  คลื่นไส้  อาเจียน  นักวิจัยได้วัดไอคิว  และทดสอบพฤติกรรมของบุตรของผู้หญิงเหล่านี้เมื่อเด็กมีอายุได้ 3 ปี และ 7 ปี โดยได้รายงานในวารสาร Pediatrics ว่า เด็กที่แม่มีอาการแพ้ท้องมีแนวโน้มที่จะมีคะแนนไอคิวสูงกว่าเด็กที่แม่ไม่มีอาการ
อีกทั้งเด็กเหล่านี้ยังทำคะแนนในหมวดของภาษา คณิตศาสตร์ ได้ดีกว่าด้วย แม้ว่าได้คำนึงถึงตัวแปรอื่นๆ ร่วมด้วยแล้วก็ตาม เช่น ไอคิวของแม่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และภูมิหลังทางสังคม

ซึ่งหัวหน้าทีมวิจัย  ยอมรับว่าผลวิจัยนี้ฟังดูแปลกๆ  แต่การเปลี่ยนระดับฮอร์โมนอย่างปุบปับซึ่งทำให้แพ้ท้องอาจเป็นเรื่องดี  ‘ฮอร์โมนที่หลั่งออกจากสายรกทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้  แต่มันอาจส่งผลดีต่อเด็ก  คุณแม่รู้สึกไม่สบายเพราะเรื่องนี้  แต่ก็เป็นสิ่งที่ส่งผลดี’ นักวิจัยเชื่อว่า เรื่องนี้ช่วยให้เข้าใจเรื่องการตั้งครรภ์ได้ดีขึ้น

เมื่อปี  2549  ยังมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า  อาการแพ้ท้องเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์  เนื้อ  น้ำตาล  และน้ำมันมากเกินไป  และอาจเป็นวิวัฒนาการเพื่อป้องกันไม่ให้ว่าที่คุณแม่กินอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องที่พูดต่อๆ กันมาว่า อาการแพ้ท้องเป็นสัญญาณว่าทารกในครรภ์เป็นเด็กหญิง เพราะเป็นการตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน

 

ลักษณะอาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้องเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลาของวัน  ผู้หญิงบางคนรู้สึกแพ้ท้องโดยไม่ทันตั้งตัว  บางคนแพ้ตอนหิว  บาง

คนแพ้ตอนอิ่ม ซึ่งเข้าใจว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ซึ่งถูกหลั่งออกมาในช่วงตั้งครรภ์เพื่อให้สายรกมีความสมบูรณ์แข็งแรง และรวมถึงประสาทการรับกลิ่นที่สูงขึ้น ประสาทการรับรสที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง


ซึ่งมักเป็นกันมากในคุณแม่ท้องที่เป็นครรภ์แรก มักเป็นในช่วง 3 เดือนแรก ด้วยความเป็นกังวลที่ทำให้มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย แปรปรวนและหงุดหงิดค่อนข้างง่าย หากใครที่อยู่ใกล้ไม่มีความเข้าใจมักเกิดความรำคาญหรือว่ากล่าวอันเป็นเหตุให้คุณแม่มือใหม่เกิดอาการเครียดขึ้นมาได้

อาการต่างๆ ที่เป็นกันมากมักมีดังนี้ คลื่นไส้อาเจียนตอนเช้าๆ หรือตอนกลางวัน อ่อนเพลียหรือเบื่ออาหาร ร่างกายซูบซีดอิดโรย ตัวดำ หรือเหลืองซีด น้ำหนักตัวลด อาการนี้สามีอาจมีอาการร่วมด้วย ที่เราเรียกว่า แพ้ท้องแทนเมีย นั่นเอง ซึ่งถ้าปล่อยให้อาการเหล่านี้เป็นมากเป็นบ่อย อาจส่งผลกระทบถึงทารกที่กำลังจะคลอดออกมาตัวอาจเล็กลง และเป็นโรคขาดสารอาหารได้ หรืออาจจะคลอดออกมาก่อนกำหนด อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาเจียนคลื่นไส้มากคือ ร่างกายแม่รับทานอาหารน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายรับสารอาหารได้ไม่เพียงพอ ปฏิกิริยาต่างๆ ที่กล่าวมาจึงเกิดขึ้นได้

วิธีที่ช่วยลดอาการแพ้ท้อง
-ทันทีเมื่อคุณแม่ตื่นนอนให้รีบทานของขบเคี้ยวง่ายๆ และไม่หวานมาก เช่น บิสกิตหรือขนมปังกรอบจะช่วยได้อย่างมาก หลังจากนั้น ให้นอนพักอีกประมาณ 20-30 นาที ก่อนลุกออกจากเตียง


-ในเวลาระหว่างวันนั้น ให้แบ่งมื้ออาหารทีละน้อยๆ หลายๆมื้อ หรือทานครั้งละน้อยๆ แต่รับประทานบ่อยๆ ซื้อของขบเคี้ยวมาเก็บไว้ เช่น ขนมปังกรอบหรือโยเกิร์ตไว้ ทานเวลาหิว


-ทาน อาหารที่มีโปรตีนสูง+อาหารที่มีโปรตีนสูง สามารถลดอาการแพ้ท้องได้ ควรทานอาหารทั้งสองอย่างนี้ร่วมกัน เช่น ไขสุก+ขนมปัง เป็นต้น


-พยายามดื่มน้ำให้มากๆ เช่น น้ำผลไม้ หรือน้ำขิงอุ่นๆ เพราะน้ำขิงสามารถช่วยลดอาการแพ้ท้องได้


-พักผ่อนให้มากๆ ให้เพียงพอ แต่ไม่ควรนอนทันทีหลังจากทานอาหารเพราะจะทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ง่าย-สำคัญต้องอาศัยการร่วมมือร่วมแรงจากคนใกล้ตัว คือ ความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคุณสามีนั่นล่ะค่ะเป็นวิธีปราบแพ้ท้องได้ชะงัดนัก



 

 

ที่มา : https://www.amarinbabyandkids.com และ www.thaipost.net

cr.photo shutterstock.com

Powered by MakeWebEasy.com