3 วิธี “สร้างบุญ บารมี” ให้ลูกก่อนเกิด!

Last updated: Feb 17, 2018  |  26857 จำนวนผู้เข้าชม  |  การตั้งครรภ์

3 วิธี “สร้างบุญ บารมี” ให้ลูกก่อนเกิด!

การมีลูกที่ดี ย่อมเป็นยอดแห่งความปรารถนาของพ่อแม่ทุกคน แต่การที่พ่อแม่อยากได้ ลูกดีมาเกิด อย่าหวังเพียงตั้งความปรารถนา บนบาน หรือขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วให้สำเร็จสมประสงค์นั้นย่อมไม่มีทางสำเร็จได้ ซึ่งหากจะสำเร็จได้นั้น ต้องเกิดด้วยการทำเหตุให้สมบูรณ์จริงๆ

ปัจจุบันหากพ่อแม่อยากได้ลุกที่ดี ก็หาฤกษ์ดีๆ ในการคลอดลูก ซึ่งวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าส่งผลให้พ่อแม่ยุคใหม่ตัดสินใจเลือกวิธีผ่าคลอดมากขึ้น ด้วยเหตุผลทั้งด้านความสะดวก ปลอดภัย และทำให้คุณแม่เจ็บน้อยกว่า อีทั้งยังเพื่อกำหนดชะตาชีวิตเด็กตาม “ฤกษ์เกิด” ที่เสาะหามาตามความเชื่อเฉพาะตัว

อยากให้ ลูกดีมาเกิด มีบุญบารมี ต้องทำอย่างไร?
ดวงชะตามนุษย์ที่เวียนว่ายตายเกิดทุกวันนี้เกิดเนื่องมาจากกฎแห่งกรรม ซึ่งคนที่จะมาเกิดขึ้นอยู่กับบุญวาสนา และความสัมพันธ์ในอดีตกับพ่อแม่ ซึ่งเด็กที่ได้รับการวางฤกษ์ในลักขณาที่ดีอาจจะเป็นบุญวาสนาของเด็ก ทว่าเมื่อวางฤกษ์เกิดแล้ว ควรแนะนำให้พ่อแม่สร้างบุญให้กับลูกตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเกิด


การจะได้ลูกที่ดีๆ มีบุญมาเกิดนั้น สามารถทำได้ สิ่งสำคัญคือ ทั้งพ่อและแม่ จะต้องตั้งอยู่ในความดีเสมอต้นเสมอปลาย และจะต้องไม่ก่อเวรกรรมกับคนหรือสัตว์อื่นๆ ไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อมไว้ในอดีตด้วย มิฉะนั้นคู่เวรมันก็อาจจะ แอบแฝง มาในรูปของลูกเพื่อตามมาล้างผลาญหรือมาล้างแค้นเพื่อให้หมดเวรกันไปก็ได้
ดังเช่นในคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีเรื่องราวอยู่มากมายที่ลูกเกิดมาเพื่อล้างผลาญพ่อแม่ พอล้างผลาญเสร็จ กล่าวคือ พ่อแม่พินาศหรือวิบัติแล้วเขาก็ตายหรือจากไป จากคตินี้ ใครที่มีลูกล้างลูกผลาญ ก็จงสังวรไว้ให้มาก อย่าไปต่อเวรกรรมกับเขาเพิ่มขึ้นอีกเลย จงพยายามเอาความดีเข้าต่อในไม่ช้าเวรกรรมต่างๆ ก็ย่อมจะระงับหรือหมดไปเอง

สำหรับพ่อแม่ที่อยากจะให้ลูกดีๆ มาเกิดก็คงทำได้ไม่ยากนัก แต่จะต้องใช้เวลานานหน่อย โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1. ควรเว้นจากบาปหรืออกุศลกรรมทุกชนิด
การจะเป็นพ่อแม่ที่มีลูก ซึ่งเกิดมามีบุญบารมีด้วยนั้นสิ่งสำคัญคือ คู่ชายหญิง (ว่าที่คุณพ่อคุณแม่) ต้องละเว้นกรรมไม่ดี และจะต้องทำในระยะยาวหรือทำจนตลอดชีวิต เมื่อเราไม่ทำบาปกรรม เราก็ย่อมจะไม่มีเวรกับใคร เมื่อเราไปแต่งงานและมีลูก เราก็ไม่มีลูกเวรมาเกิดข้อนี้มันค่อนข้างจะทำยาก แต่ถ้าเราทำได้ มันจะปลอดจากเวรได้แน่นอน

“การละเว้นกรรมไม่ดี คือการถือศีล 5 ส่วนการทำดีทันทีที่มีโอกาส คือการสร้างบุญเมื่อมีจังหวะทำบุญ แต่อย่าทำเกินตัว ส่วนการสวดมนต์ภาวนา คือการทำสมาธิให้จิตนิ่ง ซึ่งจะทำให้ร่างกายเดินอย่างมีระบบ และเกิดปัญญาญาณ เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า พบแต่คนดีๆ มีเงินทองไม่ขาดมือ และเป็นการต่อบุญให้กับเด็กที่มาเกิด เด็กจะเกิดมามีอวัยวะครบ 32 มีบุญส่งเสริมให้พ่อแม่มีเงินทองเลี้ยงดู”

2. ทำกรรมดีทันทีที่มีโอกาส
เมื่อเริ่มแต่งงานกันแล้ว ทั้งว่าที่คุณพ่อและคุณแม่ควรทำความดีทุกครั้งที่มีโอกาส อย่าได้กระทำบาปกรรมอีกเป็นอันขาด ช่วงที่แต่งงานกันแล้วนี่แหละนับว่าเป็นช่วงที่สำคัญมาก ลูกที่ดีหรือชั่วเขาจะมาหาที่เกิด เขาก็จะเลือกพ่อและแม่ที่จะมาเกิดนั้น ให้ตรงกับนิสัยและกรรมของเขาด้วย กล่าวคือ ถ้าเขามีบาปมาก เขาก็จะเลือกมาเกิดกับคนที่มีบาปมาก ถ้าเขามีบุญมาก เขาก็จะเลือกมาเกิดกับคนที่มีบุญมาก โดยมีอดีตกรรมที่เขาทำไว้แล้วเป็นแรงผลักดัน ตัวเขาเองจริงๆ นั้น เข้าก็ไม่อาจจะเลือกได้และไม่รู้ตัวด้วย
สิ่งสำคัญทั้งพ่อแม่ที่เขาจะมาเกิด ก็จะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเขาด้วย ถ้าจะให้ดีจริงๆ พ่อและแม่ก็จะต้องเริ่มรักษาศีลและทำบุญมาตั้งแต่ลูกยังไม่มาเกิด หรือตั้งแต่ที่คุณผู้หญิงยังไม่ตั้งท้องหรือเมื่อประจำเดือนยังไม่ขาดนั่นแหละ มันจึงจะทันกาล รับรองว่าจะต้องได้ลูกดีแน่ๆ แต่ทั้งนี้ว่าที่คุณพ่อและคุณแม่ ก็จะต้องไม่ทำบาปกรรมไว้ก่อนหน้านั้นด้วย มิฉะนั้นเวรหรืออกุศลกรรมเก่ามันอาจมาเป็นตัวแปร ให้ลูกเวรหรือลูกเลวมาเกิดก็ได้ ทั้งที่พ่อแม่ได้เริ่มทำความดีเมื่อแรกแต่งงานกันมาก็ตาม

3. สวดมนต์ภาวนาซึ่งเป็นบุญใหญ่
การสวดมนต์ หรือ การภาวนา (ภาวนามัย) คือ การอบรมจิตใจ เป็นการ ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นโดยใช้ “สมาธิปัญญา” โดยการเริ่มฝึกจาก การทำใจให้สงบนิ่ง ก่อน แล้ว หัด สวดมนต์เพื่อให้จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่ ทั้งนี้การไหว้พระสวดมนต์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำให้กับลูกน้อยได้ เพราะช่วงเวลาที่คุณแม่สวดมนต์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นเวลาก่อนนอน การที่ลูกได้ยินเสียงคุณแม่ในเวลาที่ เงียบสงบ จะทำให้ลูกฟังเสียงอย่างสงบไปด้วย ถือเป็นการสร้างบุญบารมีอย่างหนึ่งให้ลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง ทำให้ลูกน้อยรู้สึกมีความสุข และเป็นผลดีกับวงจรการทำงานของสมองลูกน้อยอีกด้วย

หากคุณแม่มีความถนัดหรือต้องการสามารถสวดมนต์ในบทใดก็ทำได้ไม่มีข้อจำกัด ส่วนจะสวดช้าหรือเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับว่าสวดแบบใดแล้วคุณแม่รู้สึกว่ารู้สึกสงบ รู้สึกใจเย็น ปลอดโปร่งโล่งใจ ก็เลือกทำแบบนั้น ควรเลือกสวดมนต์ในบทเดิมซ้ำๆ กันทุกวันคล้ายๆ กับการที่เปิดเพลงให้ลูกในท้องฟังทุกวัน ถ้าเป็นเพลงเดิมซ้ำๆ เมื่อลูกคลอดออกมา เวลาที่เขาร้องไห้งอแง หากคุณแม่เปิดเพลงที่เขาคุ้นชินก็จะหยุดร้อง หากใช้วิธีเดียวกันนี้กับบทสวดมนต์ นอกจากจะทำให้เขาจะรู้สึกคุ้นเคยและชินกับบทสวดมนต์แล้ว ยังทำให้เวลาลูกเห็นคุณพ่อคุณแม่นั่งสวดมนต์หรือชักชวนให้ร่วมสวดมนต์ด้วย เขาจะไม่ปฏิเสธเพราะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยมานานแล้ว และยังจะทำให้ลูกซึมซับกับธรรมะโดยไม่รู้ตัวด้วย

การสวดมนต์ของคุณแม่สามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงคลอด การที่คุณแม่สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน นอกจากจะทำให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยมีจิตใจที่สงบ อารมณ์ดี ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาสมองของลูก แล้วยังช่วยให้ลูกน้อยคุ้นเคยกับเสียงของคุณแม่ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์อีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะได้ลูกที่เกิดมาเป็นอย่างไร เมื่อเกิดมาแล้วเชื่อว่าคนที่เป็นพ่อแม่นั้น คงปรารถนาให้ลูกมีความสุขที่สุข อยากเห็นเขาพบกับความเจริญ มีอนาคตที่ดี เป็นคนดีมีคุณค่าทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น และต้องรู้จักวิธีที่จะช่วยเหลือลูก ประคับประคองนำทางลูกไปในเส้นทางชีวิตที่ดีทั้งในชาตินี้และให้ติดตัวเขาไปในชาติหน้า โดยเฉพาะต้องนำทางให้ลูกนั้นพบกับทางสายบุญเท่านั้น ซึ่งเป็นเส้นทางไปสวรรค์อย่างแท้จริง

บทสวดมนต์ก่อนนอน
การท่องบทสวดมนต์ก่อนนอนจะช่วยให้เรามีสมาธิ จิตใจสงบ ผ่องใส อีกทั้งยังเป็นการแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้ทำมาในแต่ละวันให้กับเพื่อนมนุษย์ หรือสรรพสัตว์ต่างๆ บนโลก เมื่อเรามีสมาธิ จิตใจเย็นลง จะทำให้เรานอนหลับสบาย ตื่นเช้ามาจะรู้สึกสดใส พร้อมที่จะสู้ไปกับงาน หรือการเรียนได้อย่างมีความสุข ซึ่งในบทสวดมนต์นั้นไม่ว่าจะเป็นบทใดก็ตามล้วนแล้วแต่มีอานุภาในตัวเองอยู่มากมาย อีกทั้งยังแฝงไปด้วยข้อคิดดีๆ ที่จะเป็นหลักนำทางให้เราดำเนินชีวิตในทุกๆ วันไปได้อย่างราบรื่น ฉะนั้น การสวดมนต์ก่อนนอนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งปฏิบัติทุกวันก็จะส่งผลที่ดีในเรื่องของสมาธิ ปัญญา ทำให้ใจของเราสามารถพิจารณาเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างละเอียด รอบคอบ และใจเย็นมากขึ้น
 

โดยก่อนสวดมนตร์นั้น ให้เริ่มต้นกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (3 ครั้ง) แล้วจึงเริ่มต้นกล่าวบทสวดตามปกติ

บทสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ฯ (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ ฯ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ ฯ (กราบ)

บทสวดมนต์ อาราธนาศีล 5
อะหัง ภันเต, ติสะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สีลานิ ยาจามิ

ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, ติสะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สีลานิ ยาจามิ

ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, ติสะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สีลานิ ยาจามิ

บทสวดมนต์ นะโมสรรเสริญพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต, สัมมาสัมพุทธัสสะ (กล่าว 3 จบ)

บทสวดมนต์ก่อนนอน ไตรสรณคมน์
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณังคัจฉามิ

บทสวดมนต์ สมาทานศีล 5
ปาณาติปาตา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

อทินนาทานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

มุสาวาทา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

บทสวดมนต์ อธิษฐานรักษาศีล 5
ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐานว่า ต่อแต่นี้ไปข้าพเจ้าจะขอรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ดังเดิม

บทสวดมนต์ก่อนนอน ศีล 5
อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (กล่าว 3 จบ)

บทสวดมนต์ แผ่เมตตาแก่ตนเอง
 

กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข

นิททุกโข โหมิ ปราศจากความทุกข์

อะเวโร โหมิ ปราศจากเวร

อัพยาปัชโฌ โหมิ ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง

อะนีโฆ โหมิ ปราศจากความทุกข์การทุกข์ใจ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ มีความสุขกายสุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกภัยทั้งสิ้นเถิด

บทสวดมนต์ แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพะยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

บทสวดมนต์ก่อนนอน บทแผ่ส่วนกุศล
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร

คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่บิดามารดาของข้าพเจ้า ขอให้บิดามารดาของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของรข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา

คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา

คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี

คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา

คำแปล: ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ.

√ คำแนะนำ : ก่อนเริ่มการสวดมนต์ก่อนนอน เราจะต้องทำสมาธิและจิตใจในแน่วแน่ จดจ่ออยู่กับบทสวดมนต์ ไม่เอาใจไปตามสิ่งรบกวนรอบข้าง หรือถ้าหากใครไม่สามารถทำได้ อาจลองสวดมนต์ช้าๆ เป็นจังหวะ ให้ระลึกถึงองค์พระพุทธ พระธรรม พระสงค์ หากการปฏิบัติสำเร็จและเป็นประจำสม่ำเสมอก็จะส่งผลดีต่อตัวเราเป็นอย่างมากในทุกด้าน เริ่มทำกันเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย

บทสวดมนต์ก่อนนอนเป็นบทสวดที่ก่อให้เกิดอานิสงค์กับคุณแม่ท้องที่สวด ทำให้จิตใจสงบ นอนหลับง่าย ตื่นมาสดชื่นเบิกบาน รวมถึงอานิสงส์ผลบุญนี้ก็จะส่งถึงลูกในท้องได้อีกด้วยตามที่กล่าวมา .. ดังนั้นการสวดมนต์ก่อนนอนทุกๆ คืนเป็นประจำ เป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนควรยึดถือปฏิบัติ

ขอบคุณข้อมูลจาก :  www.khaodungs.com , www.dhammajak.net , horoscope.sanook.com

,www.amarinbabyandkids.com


cr.photo shutterstock,http://www.kseniapphotography.ca/
 

Powered by MakeWebEasy.com