อาการปวดที่แม่ท้องแก่ต้องเจอ

Last updated: Feb 18, 2018  |  13066 จำนวนผู้เข้าชม  |  การตั้งครรภ์

อาการปวดที่แม่ท้องแก่ต้องเจอ

อาการปกติของคนท้องแก่ที่ควรรู้

-ปวดสะโพกร้าวลงขา
ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดบริเวณหลังเหนือสะโพก และร้าวลงมาที่ขาทั้งสองข้าง และอาจมีอาการปวดบริเวณเส้นประสาทที่ถูกกดทับหรือตำแหน่งที่เจ้าตัวน้อยอยู่ วิธีที่จะช่วยคุณแม่บรรเทาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ในท่านั่ง แนะนำให้คุณแม่นั่งในท่าขัดสมาธิหรือใช้หมอนหนุนที่ด้านหลัง ส่วนท่านอนของแม่ท้อง แนะนำให้นอนในท่าตะแคงซ้ายจะช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกายได้ดีขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก

-ปวดบริเวณเอวช่วงล่าง
เนื่องจากคุณแม่ต้องแอ่นหลังเพื่อรับน้ำหนักของเจ้าตัวน้อยในครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อหลัวถูกยึดตรึง เกิดการบีบตัวของกระดูกสันหลัง เอ็นละข้อต่อเชิงกรานหย่อน จึงเกิดอาการปวดบริเวณเอวช่วงล่าง การใช้ถุงน้ำร้อน หรือถุงน้ำแข็งประคบ เป็นการกระตุ้นประสาทส่วนปลายจะช่วยบรรเทาอาการได้ โดยความร้อนจะช่วยให้ทนต่อการปวดได้มากขึ้น ส่วนความเย็นจะทำให้การส่งกระแสประสาทช้า ทำให้อาการปวดลดลง

คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการนั่งหลังงอ ควรนอนบนที่นอนที่ค่อนข้างแข็ง โดยนอนตะแคงซ้ายและใช้หมอนหนุนระหว่างเข่า นอกจากนี้ คุณแม่ควรออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ไม่ใส่รองเท้าส้นสูง หากเป็นมากอาจใช้ผ้าพยุงหน้าท้อง แต่หากอาการได้ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์


-ปวดถ่วงท้องน้อย
อาการปวดถ่วงที่ท้องน้อยเกิดจากเอ็นที่ยึดมดลูกยึดตัวจนทำให้ถูกรั้งตึง คุณแม่อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ และจะเป็นๆ หายๆ แนะนำให้ใช้ผ้าพยุงหน้าท้อง หรือกายบริหารเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนล่างยืดขยายและมีความยืดหยุ่น ทำได้โดยการนอนหงายลงกับพื้น ชันเข่า แยกขาออกจากกันเล็กน้อย วางแขนทั้งสองข้างชิดลำตัว สูดหายใจแล้วกลั้นไว้ พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อสะโพก ต้นขา และหน้าท้อง แอ่นหลังขึ้น ให้ไหล่และสะโพกแนบติดพื้น จากนั้นหายใจออกช้าๆ พร้อมกับกดหลังให้ติดพื้นตามเดิม

-แน่นหน้าอก
คุณแม่ที่ท้องแก่มากๆ มดลูกจะอยู่สูงจนไปเบียดกะบังลม ทำให้กะบังลมเคลื่อนขึ้นลงไม่สะดวก จึงอาจมีอาการแน่นหน้าอกเกิดขึ้น แนะนำให้คุณแม่นำหมอนมาหนุนที่ไหล่ให้สูงๆ เวลานอน และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหนื่อยก็จะช่วยบรรเทาอาการแน่นหน้าอกได้

-บวมที่หลังเท้า
อาการบวมที่เท้าเกิดจากน้ำคั่งในเนื้อเยื่อของร่างกายจากอิทธิพลของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ และความดันของหลอดเลือดดำที่ขาเพิ่มขึ้น การบรรเทาอาการแนะนำให้ คุณแม่ยกเท้าสูงเวลานั่งหรือนอน หากมีอาการบวมมาก หรือบวมที่แขนและหน้าควรรีบแพบแพทย์ ควรลดอาหารเค็ม และห้ามซื้อยาขับปัสสาวะมารับประทานเด็ดขาด


-เส้นเลือดขอด
การเพิ่มของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดทำงานได้ไม่ดี มีผลให้การไหลเวียนเลือดส่วนล่างของร่างกายไม่ดี รวมทั้งขนาดของมดลูกที่โตขึ้นกดทับเส้นเลือดดำที่ผ่านจากอุ้งเชิงกรานมาสู่ช่องท้อง เมื่อถูกกดนานๆ ความดันในเส้นเลือดจะสูงขึ้น และดันให้เส้นเลือดเล็กๆ ป่งพอง ทำให้เลือดคั่งบริเวณขาและอวัยวะเพศ โดยจะหายไปเมื่อคลอดเจ้าตัวน้อยแล้ว
คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการนอนหรือยืนนานเกินไป หลีกเลี่ยงการใส่ถุงเท้าที่รัดแน่น ไม่นั่งไขว่ห้าง ควรยกเท้าสูงเวลานั่งและนอน ใช้ผ้ายืดพันขา โดยพันจากเท้ามาถึงใต้เข่าหรือโคนขา เคลื่อนไหวขาและข้อเท้า เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงาน จะช่วยลดการคั่งของเลือดได้


-ปวดปัสสาวะบ่อย
เนื่องจากขนาดของมดลูกโตขึ้นและลูกกลับหัวลงสู่เชิงกรานจึงไปกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ความจุของกระเพาะปัสสาวะลดลง คุณแม่จึงรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย แต่ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเพราะอาจเป็นสาเหตุให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบได้ หากสังเกตพบอาการต่อไปนี้เช่น ปัสสาวะแสบขัด มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหลัง ให้รีบไปพบแพทย์
คุณแม่ได้ทราบแล้วนะคะว่าอาการเหล่านี้เป็น อาการปกติของคนท้องแก่ ซึ่งคุณแม่สามารถบรรเทาอาการได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง แต่หากคุณแม่ทำอย่างไรก็ยังไม่หาย ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และเจ้าตัวน้อยในครรภ์ค่ะ

ที่มา หนังสือ “เตรียมตัวก่อนคลอด” โดย พญ.ภักษร เมธากูล, หนังสือ “การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์” โดย โครงการสวัสดิการวิชาการ สถาบันพระบรมราชชนก

https://th.theasianparent.com


Powered by MakeWebEasy.com