แม่ท้องมีอาการท้องแข็งถี่อันตรายไหม

Last updated: Mar 11, 2018  |  25079 จำนวนผู้เข้าชม  |  การตั้งครรภ์

แม่ท้องมีอาการท้องแข็งถี่อันตรายไหม

แม่ท้องมีอาการท้องแข็งถี่อันตรายไหม

อาการท้องแข็ง มีทั้งแบบอันตรายและไม่อันตราย

ช่วงท้องแก่ใกล้คลอดคุณแม่ตั้งครรภ์มักมีอาการปวดเกร็งบริเวณท้องซึ่งเราเรียก อาการคนท้อง แบบนี้ว่า ท้องแข็ง ซึ่งจะพบได้ในช่วงตั้งครรภ์ได้ประมาณ 28 สัปดาห์เป็นต้นไป
เมื่อเกิดอาการนี้ขึ้น คุณแม่จะรู้สึกปวดเกร็งที่ท้อง หากเอามือจับดูจะรู้สึกว่าเป็นก้อนแข็งๆ อาการปวดนั้นอาจจะมีระดับความเจ็บปวดที่รุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนปวดมากบางคนปวดไม่มากเท่าไหร่ ส่วนระยะเวลาก็ไม่แน่นอน แต่โดยทั่วไปก็จะเป็นไม่เกิน 10 นาทีแล้วหายไป หรืออาจจะมีอาการแบบเป็นๆ หายๆ สลับกันไปมาเป็นช่วงระยะเวลานานๆ ติดต่อกันเป็นชั่วโมงเลยก็เป็นไปได้
สาเหตุที่ทำให้เกิดท้องแข็ง เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งทั้งแบบที่น่าเป็นกังวลและแบบทั่วๆ ไป ข่าวดีก็คือส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมาก เป็นการปวดเกร็งแบบธรรมดาเป็นครั้งคราว แต่ก็ต้องคอยฝ้าระวังและสังเกตอาการของตนเองให้ดีเพื่อความปลอดภัยด้วย ควรสังเกตตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีอาการนี้ คือตั้งแต่ ท้อง 28 สัปดาห์ ขึ้นไป
สาเหตุที่มักพบคือ
พักผ่อนไม่เพียงพอ การที่คุณแม่พักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ร่างกายอ่อนแอ มีเลือดไม่มากพอที่จะเลี้ยงมดลูก ทำให้เกิดอาการหดเกร็งได้
การมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง ในช่วงอายุครรภ์มากๆ อยากขอแนะนำให้ใช้ความอ่อนโยนเป็นพิเศษในการมีกิจกรรมแสดงความรักกัน หรือหากใกล้คลอดแล้วก็ควรงดเสียก่อนเพื่อความปลอดภัย
การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานๆ  เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะนอกจากเป็นสาเหตุให้เกิดท้องแข็งแล้วยังอาจเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้อีกด้วย
การทำงานหรือยกของที่หนักเกินไป
เกิดจากการดิ้นอย่างแรงของทารกในครรภ์ ซึ่งในช่วงใกล้คลอดนี้จะแข็งแรงมาก บางทีก็ดิ้นรุนแรงไปหน่อยไปกระทบผนังมดลูกทำให้เกิดการเกร็งขึ้นได้
เกิดจากการบีบตัวของมดลูก โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นไม่นาน แต่หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นมีการบีบตัวนานเกินไปทำให้มดลูกขาดเลือด อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด หรือแท้งได้ อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ
นี่เป็นสาเหตุของการเกิด อาการท้องแข็ง ในคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ไม่น่ากังวลมากนัก แต่อย่างไรก็ตามต้องคอยติดตามสังเกตอาการให้ดี หากพบว่าท้องแข็งนานผิดปกติ หรือรู้สึกปวดมากควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษา


ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.mumbabe.com

cr.photo shutterstock.com

Powered by MakeWebEasy.com